weekend-logo
Whey

ZS Hospitality Group เครือร้านอาหารใหญ่ในฮ่องกง

7 กันยายน 2569

นี่คือเครือร้านอาหารที่ใหญ่เครือหนึ่งในฮ่องกง โดยมีร้านอาหารมากถึง 8 แห่ง ได้แก่ Sol ร้านอาหารเกาหลีอินโนเวทีฟ, Uncle Quek บิสโทรเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, Jee ร้านอาหารกวางตุ้งอินโนเวทีฟ, Feuille ร้านอาหารฝรั่งเศสไฟน์ไดนิง, Hansik Goo รีไฟน์เกาหลีที่ร่วมงานกับ Mingles, Whey ร้านอาหารสิงคโปร์ร่วมสมัย, Ying Jee Club ร้านอาหารกวางตุ้ง และ LeLe ร้านอาหารโปรเกสซีฟเวียดนาม โดยแต่ละร้านก็ได้รางวัลการันตีมากมาย

Weekend มีโอกาสเดินทางไปชิมมาทั้งหมด 5 ร้าน ได้แก่ Sol, Jee, Hansik Goo, Whey และ LeLe เราจะเล่าให้ฟังว่าแต่ละร้านมีสไตล์อาหารอย่างไรบ้าง


Sol
Sol
Sol
Sol
Sol

Sol ร้านอาหารเกาหลีไฟน์ไดนิง ที่มีเชฟ Kim Gwan-Ju เชฟที่เพิ่งได้รับรางวัล MICHELIN Young Chef Award ปีล่าสุด ของ MICHELIN Guide ฉบับฮ่องกง-มาเก๊า มารับหน้าที่ครีเอตเมนูอาหาร โดยเชฟนำเอาอาหารเกาหลีดั้งเดิมมาผสมผสานกับเทคนิคแบบตะวันตก ทำให้อาหารของที่นี่มีความร่วมสมัย และคนที่ไม่เคยกินอาหารเกาหลีก็เข้าใจได้ง่าย เชฟหยิบยกเอาความทรงจำจากบ้านเกิด และวัตถุดิบตามฤดูกาลของเกาหลี มาถ่ายทอดด้วยเทคนิคสมัยใหม่

Sol Hong Kong ชั้น 5 ของตึก Lyndhurst Terrace

มื้อกลางวัน ราคา 388++ ดอลลาร์ฮ่องกง และ Tasting Menu ราคา 788++ ดอลลาร์ฮ่องกง


Jee
Jee
Jee
Jee
Jee

Jee Hong Kong คือ ภาคต่อของ Ying Jee Club ร้านอาหารจีนกวางตุ้งที่มีเชฟระดับมาสเตอร์ Siu Hin-chi เชฟจากร้านอาหารในเครือ มาช่วยแนะนำเชฟ Oliver Li เชฟรุ่นใหม่ที่ถนัดอาหารฝรั่งเศส ให้ออกแบบรสชาติที่มีเสน่ห์ของอาหารจีนกวางตุ้งออกมาได้แตกต่างจากต้นตำรับ Jee สะท้อนถึงการร่วมมือกันอย่างลงตัวระหว่างเชฟสองรุ่นได้อย่างน่าสนใจ โดยทั้งคู่กำลังมองหาอนาคตของอาหารกวางตุ้ง ผ่านการหยิบเมนูคลาสสิกมาตีความใหม่

Jee Hong Kong ชั้น 2 ของตึก Lyndhurst Terrace

มื้อกลางวัน ราคา 388++ ดอลลาร์ฮ่องกง และ Tasting Menu ราคา 888++ ดอลลาร์ฮ่องกง


Hansik Goo
Hansik Goo
Hansik Goo
Hansik Goo
Hansik Goo
Hansik Goo
Hansik Goo

ใครเป็นแฟนเชฟ Kang Min-goo เชฟเจ้าของหนังสือ Jang และร้านอาหาร Mingles มิชลิน 3 ดาว ในกรุงโซล แต่ไม่อยากเดินทางไกล แนะนำให้มาที่ Hansik Goo ร้านอาหารมิชลิน 1 ดาว ในฮ่องกง ที่นำทีมโดยเชฟ Park Seung-hun ที่นำเอาปรัชญาการทำอาหารแบบเดียวกันมาใช้ และใครมีเวลาไม่มาก เชฟก็เตรียมเซ็ตอาหารกลางวันแบบง่ายๆ เอาไว้ด้วย

Hansik Goo ได้รับมิชลิน 1 ดาว ต่อเนื่องเป็นเวลา 5 ปี โดยได้ครั้งแรกในปี 2022 ที่นี่นำเอาปรัขญาการทำอาหารของเชฟคังมิงกูมาใข้ อาหารเกาหลีมีรากฐานมาจาก Jang หรือซอสต่างๆ ซึ่งถ้าเริ่มด้วยรากที่ดีอาหารก็จะถูกสร้างสรรออกมาได้อย่างมากมาย เชฟรุ่นใหญ่จึงให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นซัมจัง โคชูจัง หรือเทนจัง เมื่อนำเอาเทคนิคของอาหารฝรั่งมาผสมผสานจึงกลายเป็นอาหารเกาหลีร่วมสมัยที่ได้รับความนิยมมากในระยะหลัง แน่นอนว่าเชฟคังมิงกุมักจะมาที่ Hansik Goo บ่อยๆ มาทำอีเวนต์ หรือบางครั้งก็ลงครัวด้วยตัวเอง ใครมาแล้วเจอถือว่าโชคดีมาก

Hansik Goo ชั้น 1 ของตึก The Wellington

มื้อกลางวัน 12:00-15:00 (ปิดวันจันทร์-อังคาร) และ 18:00-23:00 (ปิดทุกวันจันทร์) มื้อกลางวัน ราคา 588++ดอลลาร์ฮ่องกง ประมาณ 2,500++บาท


Whey
Whey
Whey
Whey
Whey
Whey
Whey

พูดถึงอาหารสิงคโปร์ไฟน์ไดนิง เรามักจะนึกถึงอาหารของเชฟ LG Han จาก Restaurant Labyrinth ร้านอาหารมิชลิน 1 ดาว ในสิงคโปร์ ซึ่งโดดเด่นด้วยการตีความชิลลีแครปในหลากหลายเวอร์ชัน รวมถึงนำเสนออาหารสิงคโปร์ออกมาได้อย่างน่าสนใจ แต่ถ้าเป็นนอกสิงคโปร์ เราก็แทบไม่เคยเห็นเลยจน Weekend ได้มาชิม Whey Hong Kong ร้านอาหารสิงคโปร์ร่วมสมัยหนึ่งเดียวที่หาได้ในฮ่องกง ร้านนี้ปลุกปั้นโดยเชฟ Barry Quek ที่นำเอารสชาติของสิงคโปร์มาผสมผสานเข้ากับวัตถุดิบของฮ่องกง จนได้มิชลิน 1 ดาว ยาวนานถึง 5 ปี ติดต่อกัน โดยล่าสุดเปิดตัวเชฟ Keith Teo ที่จะมาช่วยเสริมให้รสชาติอาหารสิงคโปร์แน่นขึ้นอีก

Whey Hong Kong ชั้น UG ของตึก The Wellington

มื้อกลางวัน 12:00-15:00 และ 18:00-22:30 ปิดทุกวันพุธ

Tasting Menu ราคา 1,398++ ดอลลาร์ฮ่องกง ประมาณ 6,000++บาท


Le Le
Le Le
Le Le
Le Le
Le Le
Le Le
Le Le
Le Le
Le Le

ปกติร้านอาหารเวียดนามไฟน์ไดนิงก็มีน้อยมากอยู่แล้ว ที่เรารู้จักน่าจะเป็น Anan Saigon ในโฮจิมินห์ ยิ่งในเกาะฮ่องกงแล้ว ยิ่งแทบไม่เห็นร้านอาหารเวียดนามด้วยซ้ำ ความน่าสนใจของ Le Le คือเดินทางง่าย เพราะตั้งอยู่ในย่าน Central ซึ่งเหมาะกับคนที่ชอบมาฮ่องกง เพื่อลองอาหารอะไรใหม่ๆ เล-เล ในภาษาเวียดนามมีความหมายว่า เป็ด ตามโลโก้ร้าน ที่นี่มีเชฟ Le Minh Dic มาดูแล คู่กับเชฟ Elvin Lam เชฟใหญ่ ซึ่งเป็นเชฟที่เคยอยู่กับ Whey Hong Kong ร้านมิชลินในเครือ ZS Hospitality โดยเชฟทั้งคู่ทำเองแทบทุกอย่าง ทั้งการหมักน้ำปลาหรือดองผัก ทำให้ได้รสแบบคนเวียดนาม ที่สำคัญร้านนี้กำลังถูกพูดถึงโดยกลุ่มคนฮ่องกง

Le Le ตึก Lyndhurst Terrace ย่าน Central

เปิดบริการเวลา 12:00-15:00 และ 18:00-22:00 (ปิดทุกวันอังคาร)


Share !

Link Copied!