
Slow Travel เชียงใหม่: ทริปช้าๆ ที่เน้นการพักผ่อน ทำสปา และเติมพลังใจ
เรื่อง: ณัฐปรียาภา จิรวุฒิพจน์
10 กุมภาพันธ์ 2569
ทริปแบบไหน? ที่คุณไปเที่ยวเชียงใหม่ครั้งล่าสุด สายธรรมชาติ สายอาร์ต หรือสายคาเฟ่ที่ต้องแวะเช็กอินร้านใหม่ๆ เก็บให้ครบสำหรับทริปนี้ เราเลือกเที่ยวเชียงใหม่แบบ Slow Travel เดินทางแบบไม่เน้นไปครบ แต่เน้นพักผ่อนให้เต็มที่แทน เราเลือกพักโรงแรมสบายๆ หาสปาดีๆ สักคอร์ส แวะลองร้านอาหารเหนือที่น่าสนใจ และไม่ลืมเติมพลังใจด้วยการไหว้พระขอพรระหว่างทริป ทั้งหมดนี้สามารถเกิดขึ้นได้ในทริปสั้นๆ 3 วัน 2 คืน ที่เชียงใหม่ แบบไม่เหนื่อย และได้พักทั้งกายและใจจริงๆ

พักใจกลางเมืองที่ Chiang Mai Marriott Hotel เดินทางง่าย เที่ยวต่อได้สบาย
จุดหมายแรกของทริปนี้คือ Chiang Mai Marriott Hotel โรงแรมเชียงใหม่ที่ตั้งอยู่ใจกลางย่านไนท์บาซาร์ หนึ่งในย่านที่มีชีวิตชีวาที่สุดของเมือง

บริเวณรอบโรงแรมเต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่ และตลาดนัดกลางคืน สามารถเดินไปย่านช้างม่อยได้ไม่ไกล แต่ในขณะเดียวกัน ตัวโรงแรมก็ยังคงให้บรรยากาศพักผ่อนที่เงียบสงบ เหมาะกับทริปที่ไม่อยากเดินทางไกลให้เหนื่อยเกินไป

โรงแรมโฉมใหม่ที่หยิบเสน่ห์ล้านนามาเล่าในดีไซน์ร่วมสมัย
โรงแรมแห่งนี้เดิมคือ Le Méridien Chiang Mai ก่อนจะได้รับการรีโนเวทใหม่ภายใต้แบรนด์ Marriott โดยยังคงหยิบเสน่ห์ศิลปะล้านนามาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ

เมื่อก้าวเข้าสู่ล็อบบี้ จะพบกับโถงสูงโปร่ง พร้อมโคมไฟที่ได้แรงบันดาลใจจากโคมลอยในเทศกาลยี่เป็ง สะท้อนเอกลักษณ์ของเชียงใหม่ได้อย่างชัดเจน

ใจกลางล็อบบี้ตกแต่งด้วยประติมากรรมเงินที่ได้รับแรงบันดาลใจจากงานหัตถศิลป์ล้านนา เชื่อมโยงกับชุมชนเครื่องปั้นดินเผา เครื่องเงินทางภาคเหนือได้อย่างสวยงาม

ภายในโรงแรมยังมีห้องอาหารหลากหลาย ทั้งอาหารจีน ไทย อิตาเลียน รวมถึงบาร์หลายแห่งที่กระจายอยู่ทั่วโรงแรม เหมาะกับการพักผ่อนโดยไม่ต้องออกไปไหนไกล
มื้อแรกกับเป็ดปักกิ่งสูตรฮ่องกงในโรงแรม
ถึงเวลาอาหารกลางวัน เราเลือกลองห้องอาหารจีนของโรงแรมที่ขึ้นชื่อเรื่องเป็ดปักกิ่งสูตรฮ่องกงเสิร์ฟแบบเชฟโชว์แล่เป็ดให้ดู

นอกจากเป็ดปักกิ่ง ยังมีติ่มซำ ไก่ผัดพริกเสฉวน และเมนูจีนอีกหลายจานที่ทำได้ดีไม่แพ้ร้านดังในต่างประเทศ

พักผ่อนต่อที่ Quan Spa เติมพลังให้ร่างกายก่อนออกไปเที่ยวเชียงใหม่ต่อ

หลังมื้อกลางวัน เรามีนัดผ่อนคลายกันต่อที่ Quan Spa สปาภายในโรงแรม Chiang Mai Marriott Hotel ซึ่งตั้งอยู่บนชั้น 4 ของโรงแรม

เราเลือกแพ็กเกจนวดอโรม่า 60 นาที ก่อนเริ่มสามารถแจ้งจุดที่อยากเน้นหรือเลี่ยงได้ พร้อมเลือกกลิ่นน้ำมันหอมระเหยที่ชอบ เราเลือกกลิ่นที่ใช้สมุนไพรล้านนา กลิ่นตะไคร้หอมสดชื่น ช่วยคลายความล้าจากการทำงานและการเดินทางได้ดี

ภายในห้องนวดมีห้องอาบน้ำและสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทำให้สามารถใช้เวลาอยู่ที่นี่ได้อย่างสบาย ก่อนจะออกไปเที่ยวเชียงใหม่ต่อในช่วงเย็น
แวะไหว้พระใกล้เมือง เติมพลังใจก่อนกลับไปพักผ่อน
หลังกลับมาพักในห้องสักครู่ เรายังพอมีเวลาในช่วงเย็น จึงเลือกออกไปไหว้พระใกล้โรงแรม ซึ่งเดินทางสะดวก สามารถเรียกรถผ่านแอปได้ง่าย

จุดหมายของเราคือ วัดโลกโมฬี หนึ่งในวัดเก่าแก่ของเชียงใหม่ที่ยังคงมีเจดีย์โบราณและสถาปัตยกรรมล้านนาให้ชมอย่างงดงาม

บรรยากาศภายในวัดเงียบสงบ เหมาะกับการแวะมาไหว้พระและพักใจระหว่างทริปเที่ยวเชียงใหม่ ก่อนจะเดินทางต่อไปยังวัดอุปคุตที่อยู่ไม่ไกลกัน เพื่อเติมบุญและความสบายใจให้ครบในวันเดียว

หลังจากนั้นเราจึงกลับมายังโรงแรมเพื่อเตรียมตัวสำหรับมื้อค่ำ
ดินเนอร์สไตล์อิตาเลียนระดับมิชลินไกด์ในโรงแรม
มื้อค่ำวันนี้เราเลือกทานกันที่ห้องอาหารอิตาเลียนภายในโรงแรม ซึ่งได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ต่อเนื่องหลายปี



เชฟชาวอิตาเลียนดูแลคุณภาพอาหารอย่างใกล้ชิด ทุกจานยังคงรสชาติแบบต้นตำรับ เหมาะสำหรับมื้อพิเศษหลังจากใช้เวลาทั้งวันไปกับการเที่ยวเชียงใหม่แบบสบาย ๆ ภายในห้องอาหารยังมีห้องเก็บไวน์ขนาดใหญ่ ให้เลือกจับคู่กับอาหารแต่ละจานได้อย่างลงตัว

ก่อนปิดท้ายมื้อ เชฟจะเข็นรถเข็นขนมหวานมาให้เลือกถึงโต๊ะ ทั้งทีรามิสุ ช็อกโกแลตเค้ก และไอศกรีมโฮมเมด เป็นตอนจบมื้อค่ำที่ทำให้ค่ำคืนนี้สมบูรณ์แบบ
เที่ยวเชียงใหม่ต่อกับวัดล้านนาเก่าแก่ “วัดต้นเกว๋น”
เช้าวันถัดมา เราออกเดินทางไปยัง วัดต้นเกว๋น หรือวัดอินทราวาส วัดเก่าแก่ที่ยังคงรักษาสถาปัตยกรรมล้านนาแบบดั้งเดิมไว้อย่างสมบูรณ์

ปัจจุบันวัดแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวเชียงใหม่ โดยเฉพาะผู้ที่นิยมสวมชุดพื้นเมืองมาถ่ายภาพท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแบบดั้งเดิม

ภายในวัดประดิษฐานพระพุทธรูปเก่าแก่ และยังสามารถเห็นประเพณีห่มผ้าพระตามฤดูกาล ซึ่งสะท้อนความเชื่อของชาวล้านนา

สิ่งที่น่าสนใจคือศิลปะไม้แกะสลักภายในวัด ซึ่งหลายส่วนกลายมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบโรงแรมและที่พักหลายแห่งในเชียงใหม่ รวมถึงรายละเอียดบางอย่างที่เราเห็นในห้องพักของโรงแรมด้วย
แวะเดินเล่นตลาดมะพร้าว จุดเช็กอินใหม่ของเชียงใหม่
จากนั้นเราแวะไปต่อที่ ตลาดนัดมะพร้าว ตลาดเปิดใหม่ที่กำลังได้รับความนิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

ความพิเศษของตลาดนี้คือการตั้งอยู่ท่ามกลางสวนมะพร้าวจริง ๆ บรรยากาศร่มรื่นคล้ายตลาดน้ำขนาดย่อม มีทั้งอาหารท้องถิ่น ของกินเล่น เสื้อผ้า ของฝาก และสินค้าแฮนด์เมดให้เลือกเดินเล่นได้เพลินๆ



เหมาะสำหรับแวะพักระหว่างวันในทริปเที่ยวเชียงใหม่แบบไม่ต้องรีบร้อน
มื้อกลางวันที่ร้านเอกฉันท์ ร้านดังระดับมิชลินไกด์ของเชียงใหม่
มื้อกลางวันของวันนี้ เราเลือกแวะที่ ร้านเอกฉันท์ ร้านอาหารไทยที่ได้รับการแนะนำใน Michelin Guide ต่อเนื่องหลายปี

ร้านตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงแรม ทำให้เดินทางสะดวก เมนูอาหารไทยของที่นี่โดดเด่นด้วยการคัดสรรวัตถุดิบและการปรุงรสที่จริงจัง แต่ยังคงเข้าถึงง่าย เหมาะทั้งสำหรับนักท่องเที่ยวและคนพื้นที่
หลังมื้ออาหาร เราเลือกเดินเล่นผ่านย่านไนท์บาซาร์ก่อนจะกลับไปพักผ่อนที่โรงแรมอีกครั้ง
พักผ่อนช่วงเย็นกับวิวสระว่ายน้ำและดอยสุเทพ
ช่วงบ่ายเราใช้เวลาแบบสบายๆ ภายในโรงแรม แวะไปที่ชั้น 4 ซึ่งเป็นที่ตั้งของฟิตเนส สระว่ายน้ำ และสปา

สระว่ายน้ำของโรงแรมหันหน้าไปทางดอยสุเทพ ทำให้ได้วิวภูเขาแบบพาโนรามา เราเลือกนั่งจิบเครื่องดื่มเย็น ๆ ริมสระ ปล่อยเวลาไหลไปก่อนจะออกไปทานมื้อค่ำ
มื้อค่ำแบบขันโตก ปิดวันด้วยอาหารเหนือแท้ๆ
มื้อเย็นวันนี้เราเลือกทานอาหารไทยภายในโรงแรม โดยทางโรงแรมจัดเซตอาหารเหนือแบบขันโตกต้อนรับอย่างอบอุ่น


ทั้งข้าวซอย แกงพื้นเมือง และเมนูท้องถิ่นอีกหลายจาน ปิดท้ายด้วยของหวานอย่างไอศกรีมข้าวเหนียวมะม่วง เป็นอีกมื้อที่ทำให้การเที่ยวเชียงใหม่ครั้งนี้ครบทั้งรสชาติและบรรยากาศ
เดินเล่นตลาดวัวลาย ก่อนกลับไปพักผ่อน
ก่อนกลับโรงแรม เราแวะเดินเล่นที่ ตลาดนัดวัวลาย ถนนคนเดินชื่อดังของเชียงใหม่ ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องงานเครื่องเงินและงานคราฟต์ท้องถิ่น


ระหว่างทางยังสามารถแวะชม วัดศรีสุพรรณ หรือที่รู้จักกันว่า “วัดเงิน” ซึ่งโดดเด่นด้วยพระอุโบสถที่ตกแต่งด้วยแผ่นเงินอย่างวิจิตร ก่อนจะกลับไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับในวันถัดไป

Slow Travel เพราะบางครั้งการเดินทางก็แค่ต้องการพักใจ

การเลือกโรงแรมที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบ ทำให้สามารถสลับระหว่างการพักผ่อนและออกไปเที่ยวเชียงใหม่ใกล้ๆ ได้โดยไม่เหนื่อยเกินไป

บางครั้ง การเดินทางที่ดีที่สุด อาจเป็นทริปที่เราได้พักทั้งกายและใจ ก่อนกลับไปใช้ชีวิตในจังหวะปกติอีกครั้ง

เรื่อง / ภาพ
ณัฐปรียาภา จิรวุฒิพจน์



