weekend-logo
Fondation Cartier

ส่อง Fondation Cartier แห่งใหม่ ใกล้พิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ แหล่งรวมศิลปะร่วมสมัยกว่า 600 ชิ้น

5 มีนาคม 2569

เมื่อพูดถึงคาร์เทียร์ (Cartier) อาจนึกถึงจิวเวลรีที่สวยงามและราคาแพง แต่อาจมีอีกแง่มุมหนึ่งที่หลายคนอาจจะยังไม่รู้คือแบรนด์คาร์เทียร์นั้นสะสมงานศิลปะมา กว่า 40 ปีแล้ว และรวบรวมงานศิลปะที่สะสมไว้ทำเป็นพิพิธภัณฑ์เปิดให้อาร์ตเลิฟเวอร์และผู้ที่สนใจให้เข้าชมอย่างจริงจังในชื่อว่า Fondation Cartier pour l’art contemporain (Cartier Foundation for Contemporary Art) มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1984 ที่ชานกรุงปารีส ก่อนจะย้ายไปอยู่ที่ Boulevard Raspail ซึ่งเปิดต่อเนื่องมายาวนานกว่า 3 ทศวรรษ และเคยจัดนิทรรศการที่สร้างความฮือฮาหลายครั้ง เช่น นิทรรศการภาพเขียนด้วยเทคนิคการใช้จุดสีเล็ก ๆ หลากสีสันมาสร้างงานชุด Cherry Blossoms ของศิลปินร่วมสมัยชาวอังกฤษเดเมียน เฮิร์สต์ (Damien Hirst) เมื่อหลายปีที่แล้ว (ศิลปินคนนี้เคยสร้างผลงานสุดตะลึงอย่างการนำซากปลาฉลามมาแช่ฟอร์มาลดีไฮด์ในแทงก์)

Fondation Cartier แห่งใหม่ ใกล้พิพิธภัณฑ์ลูฟร์

ล่าสุดเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว คาร์เทียร์เผยโฉม Fondation Cartier แห่งใหม่ ในอาคารคลาสสิกเก่าแก่ขนาดใหญ่ที่จัตุรัส Palais Royal ใกล้กับพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์ กลายเป็นจุดเช็กอินใหม่สำหรับคนรักศิลปะที่มาเยือนเมืองแฟชั่นแห่งนี้

ก้าวแรกเมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์ก็ชวนให้หยิบกล้องขึ้นมาสำรวจด้านหน้าของอาคารที่เป็นสถาปัตยกรรมสไตล์ โอสมันน์ (Haussmann) โดดเด่นด้วยโครงสร้างหินปูนโทนสีครีม และระเบียงเหล็กดัดแบบปารีเซียงที่คุ้นตา

อาคารแห่งนี้มีประวัติยาวนาน สร้างขึ้นราวปี 1854–1855 เคยเป็นทั้งโรงแรม Le Grand Hôtel du Louvre เคยเป็นห้างสรรพสินค้า Grands Magasins du Louvre กว่าร้อยปี และเคยเป็นห้างขายของแอนทีคกว่าสามทศวรรษ

อาคารที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความทันสมัย กลายมาเป็นอาคารเก่าแก่ในปัจจุบัน ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของคาร์เทียร์ที่ต้องการนำเสนอ ศิลปะร่วมสมัยในพื้นที่ที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์

ที่นี่จึงได้กลายเป็นบ้านใหม่ของผลงานศิลปะกว่า 600 ชิ้น จากศิลปินนับร้อยทั่วโลกที่คาร์เทียร์สนับสนุนมายาวนานกว่า สี่ทศวรรษ รวมถึงผลงานบางชิ้นที่เคยจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งเดิมก็ถูกนำกลับมาจัดแสดงอีกครั้งในพื้นที่ใหม่แห่งนี้

สถาปัตยกรรมผสมผสานความเก่าและใหม่ ผลงานของ Jean Nouvel

ภายในอาคารเป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความเท่แบบอินดัสเทรียล ปรากฏโครงสร้างเหล็กเคียงคู่ไปกับซุ้มประตูโค้งดั้งเดิม สร้างกรอบที่ทั้งย้อนแย้งและกลมกลืนให้กับพื้นที่จัดแสดงขนาดมหึมากว่า 8,500 ตารางเมตร ซึ่งถูกออกแบบให้เปิดโล่งและเชื่อมต่อกัน ทำให้ผู้ชมสามารถเดินลัดเลาะสำรวจงานศิลปะได้อย่างอิสระโดยไม่รู้สึกถูกจำกัดด้วยกำแพงหรือเพดาน

แนวคิดนี้เป็นผลงานการจัดสรรพื้นที่อย่างชาญฉลาดของสถาปนิกชาวฝรั่งเศส ฌ็อง นูเวล (Jean Nouvel) ผู้อยู่เบื้องหลังพิพิธภัณฑ์คาร์เทียร์แห่งเดิม และยังได้ Formafantasma ดีไซน์สตูดิโอชื่อดังมาร่วมออกแบบประสบการณ์นิทรรศการให้แตกต่างจากการเดินชมแกลเลอรีและพิพิธภัณฑ์ทั่วไป

นิทรรศการ Exposition Générale สำรวจศิลปะร่วมสมัยหลากหลายธีม


นิทรรศการแรกฉลองการเปิดอาร์ตสเปซแห่งใหม่นี้มีชื่อว่า Exposition Générale (General Exposition) โดยแบ่งการจัดแสดงออกเป็นธีมต่างๆ ให้ได้ใช้เวลาเดินชมเพลินๆ ได้หลายชั่วโมงหรือเกือบทั้งวัน

Architectural Machine

เริ่มจาก Architectural Machine นำเสนอชิ้นงานขนาดใหญ่ว่าด้วยเรื่องราวของสิ่งก่อสร้างและเมืองในอุดมคติ เช่น ผลงาน Petite Cathédrale (Small Cathedral) ของ Alessandro Mendini สถาปนิกชาวอิตาเลียน เป็นโบสถ์สีสันน่ารัก ด้านในมีผลงานประติมากรรม Visage Archaïque (Archaic Face) เป็นรูปหน้าคนที่ปะติดปะต่อจากกระเบื้องโมเสกสีทองตัดด้วยมือเป็นชิ้นเล็กๆ


To Be Nature

ส่วนธีมต่อมาคือ To Be Nature ว่าด้วยธรรมชาติและระบบนิเวศที่เชื่อมโยงเข้ากับชีวิตของมนุษย์ ผลงานที่น่าสนใจในธีมนี้ เช่น ภาพเขียนวิวทิวทัศน์ในเชิงนามธรรมสื่ออารมณ์ของศิลปิน โจแอน มิตเชล (Joan Mitchell) จัดวางคู่กับผลงานภาพเขียนดอกซากุระจากเทคนิคผสานจุดสีของ เดเมียน เฮิร์สต์ ที่เคยจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์คาร์เทียร์แห่งเดิมเมื่อปี 2022 มาแล้ว นอกจากนี้มีผลงาน Natureza Espiritual da Realidade (Spiritual Nature of Reality) ของศิลปินชาวบราซิล Luiz Zerbini เป็นเหมือนโอเอซิสสวนย่อมที่ตั้งอยู่ในอาคารที่ทันสมัย


Making Things

อีกธีมหนึ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันด้วยชิ้นงานขนาดใหญ่จัดแสดงบริเวณโถง คือธีม Making Things นำเสนอผลงานในเชิงทดลองที่ผสมผสานงานวิจิตรศิลป์กับประยุกต์ศิลป์และงานออกแบบ เช่น ผลงานอินสตอลเลชัน Muros tejidos (Woven Walls) ของ Olga de Amaral ศิลปินชาวโคลอมเบีย ประกอบขึ้นจากเศษผ้าโทนสีอิฐจำนวนมากที่นำมาต่อกันเหมือนพรมผืนใหญ่แขวนห้อยจากเพดาน ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากวิวทิวทัศน์ของประเทศโคลอมเบียช่วงฤดูใบไม้ผลิและสีสันของอาคารบ้านเรือนในเมือง โบโกตา (Bogotá)


The Real World

ธีมสุดท้ายแต่มีความล้ำสมัยและน่าตื่นตาตื่นใจคือ The Real World เป็นการผสมผสานศิลปะเข้ากับวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และโลกแห่งจินตนาการ เช่น ชิ้นงาน PAHAMA, Spitsbergen, Nova Zemlya คือเรือดำน้ำรูปทรงวาฬในอุดมคติของศิลปินชาว เบลเยียม Panamarenko ผลงานนี้มาจากดินแดนสามแห่งที่อยู่กึ่งกลางระหว่างความจริงและจินตนาการคือ ช่องแคบปานามา ดินแดนอาร์กติก Spitsbergen และหมู่เกาะห่างไกล Nova Zemlya ที่เรือดำน้ำจะออกไปผจญภัย

ส่วนอีกหนึ่งผลงานที่น่าสนใจคืองานอินสตอลเลชัน Tracing Fallen Sky ของ Sarah Sze ศิลปินชาวอเมริกัน เป็นผลงานรูปวงกลมชิ้นใหญ่และชิ้นงานเล็ก ๆ ที่กระจายไปทั่ว มีการฉายวิดีโอโปรเจ็กเตอร์ซ้อนทับแสดงให้เห็นถึงการเปลี่ยนรูปของวัสดุและท้องฟ้าที่เปลี่ยนไป

Fondation Cartier ตัวอย่างการสนับสนุนศิลปะของแบรนด์ลักซ์ชัวรี

เรียกได้ว่างานนี้คุ้มค่ากับราคาบัตรที่ไม่แพงกับการชมงานศิลปะร่วมสมัยที่มีทั้งความหลากหลายในตัวผลงาน ถือเป็นการสนับสนุนศิลปินผู้สร้างสรรค์จากประเทศต่าง ๆ ทั่วโลกอย่างแท้จริง และเป็นการเปิดโลกให้กับอาร์ตเลิฟเวอร์หรือนักท่องเที่ยวที่อยากมาเช็กอินเดสทิเนชันใหม่ ๆ ใจกลางกรุงปารีส งานนี้แค่ใช้ตาและใจดูก็ดื่มด่ำและให้ความรู้สึกที่แตกต่างไปจากการเข้าชมมิวเซียมแบบเดิม ๆ อย่างแน่นอน

นิทรรศการ Exposition Générale ที่ Fondation Cartier เป็นตัวอย่างของแบรนด์ดังระดับโลกที่มีธุรกิจแฟชั่นและสินค้าสายลักซ์ชูรีที่ให้ความสำคัญและอุปถัมภ์ศิลปะ (Louis Vuitton ก็ทำอาร์ตสเปซทำนองนี้ และอีกหลายแบรนด์อยู่เบื้องหลังสนับสนุนนิทรรศการดัง ๆ ในแง่มุมต่าง ๆ มากมาย)

สำหรับงานนี้เปิดให้เข้าชมยาวไปถึงเดือนสิงหาคมนี้ สามารถซื้อตั๋วล่วงหน้าทางเว็บไซต์ www.fondationcartier.com

น่าประทับใจตรงที่ใครเป็นศิลปิน นักเรียน หรือคนที่กำลังหางานทำ (มีเอกสารหรือบัตรรับรอง) ค่าเข้าชมจะคิดในราคาพิเศษ (ถึงแม้จะให้สิทธิ์แค่นักเรียนหรือคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็ตาม) นี่แหละเรียกว่าเป็น Fondation (Foundation) อย่างแท้จริง หากบ้านเรามีแบบนี้บ้าง หรือพรรคไหนจะเอาโมเดลนี้ไปทำก็คงจะดี 😉


  • Fondation Cartier
  • 2 Place du Palair-Royal กรุงปารีส ฝรังเศส
  • เปิด อังคาร-อาทิตย์ 11:00-20:00 (วันอังคารเปิดถึง 22:00)
  • บัตรราคา 15 ยูโร จองบัตรได้ทาง https://www.fondationcartier.com/en/tickets

Share !

Link Copied!